เล่านิทานอาเซียน

เล่านิทานอาเซียน

วันที่ 2012-10-05 14:00:00 | ผู้ชม: 810 | ID: #98813

Pic_295940

เล่านิทานอาเซียน 

เล่านิทานเป็นอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ผมทำนอกเหนือจากแต่งนิทาน เพราะเวลาออกไปเล่า เราก็ได้ตรวจสอบสิ่งที่เราเขียนไปว่าคนอ่านคนฟังรู้เรื่องแค่ไหน แถมบางครั้งก็ได้เนื้อเรื่องใหม่ๆ จากที่ได้คุยกับเด็กๆ ด้วยครับ 

สุดสัปดาห์ก่อน ผมได้รับเชิญไปเล่านิทานกลางห้างดังที่จังหวัดชลบุรี เล่าแบบนี้สนุกตรงได้อารมณ์ร่วมเยอะ เด็กๆ เป็นร้อยคนตั้งใจฟังและช่วยกันตอบเสียงดังดี แต่ที่ผมชอบจริงๆ คือการเล่ากลุ่มเล็กหน่อย นั่งเก้าอี้ตัวเดียวแล้วเด็กๆ นั่งล้อมวง ใกล้ๆ แบบนี้ได้เห็นสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ บางคนก็นั่งฟังอ้าปากหวอ

และแล้ว...งานเล่านิทานกลุ่มเล็กก็เข้ามาหาอีกครั้ง เมื่อโรงเรียนเก่าของผมจัดนิทรรศการอาเซียนเหมือนกับโรงเรียนอื่นๆ แต่พิเศษตรงที่งานนี้มีกิจกรรมพิเศษคือ มีการเล่านิทานอาเซียนทุกเดือน ผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เล่า จึงไปเลือกนิทานมา 3 เล่ม คือ คติล้ำค่านิทานอาเซียน (สำนักพิมพ์พาส แอท คิดส์) และนิทานพื้นบ้านประชาคมอาเซียน เล่ม 1 และเล่ม 2 (สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์)

ก่อนเริ่มเล่านิทาน ผมจะถามปัญหาความรู้รอบตัวอาเซียน โดยให้ทายชื่อประเทศ ทายธงชาติ หรือเมืองหลวง พออุ่นเครื่องเสร็จแล้ว ผมเล่าแบบเปิดหนังสือ เพราะรูปวาดสวยเหลือเกินอยากให้ดูจากเล่มจริง งานภาพประกอบมาจากกลุ่มเบญจรงค์ ซึ่งเป็นกลุ่มนักวาดภาพรุ่นเก๋า ถ้าบอกว่าลายเส้นเหมือนแบบเรียนภาษาไทยมานะมานี คนรุ่นผมจะนึกออกทันที

ผมหยิบนิทานสิงคโปร์เรื่อง “บาดังจอมพลัง” เป็นเรื่องเกี่ยวกับทาสชื่อบาดังที่ได้รับพลังวิเศษ เมื่อมีพลังแล้ว แทนที่เขาจะใช้พลังในทางไม่ดีหรือหนีไป เขากลับทำงานได้เร็วและทำได้มากขึ้นจนเจ้านายพอใจและปล่อยให้เป็นอิสระ ชื่อเสียงของบาดังโด่งดังจนเจ้าเมืองสิงหปุระแต่งตั้งให้บาดังเป็นแม่ทัพ เมื่อมีการต่อสู้บาดังไม่เคยแพ้ใคร แต่ก็มีเจ้าเมืองมาท้าแข่งโดยส่งทหารมาขอประลองกำลัง ถ้าใครแพ้จะเสียสมบัติทั้งเมือง เจ้าเมืองสิงหปุระเกรงว่าบาดังอาจจะแพ้เพราะคู่ต่อสู้ตัวสูงใหญ่กำยำ บาดังเลยออกอุบายทดสอบกำลังในงานเลี้ยงและรู้ว่าตนมีกำลังเหนือกว่า จึงบอกเจ้าเมืองให้รับคำท้า


อีกเรื่องเป็นนิทานจากประเทศเวียดนามชื่อ “ชาวนากับเสือ” ในเล่มจะไม่มีรูปภาพประกอบ เพราะฉะนั้นผมต้องเล่าไปพร้อมกับวาดรูปไปด้วย เนื้อเรื่องก็สนุกดีครับ...เสือที่ไม่เคยกลัวใครได้มาคุยกับชาวนา (ผมวาดหมวกทรงสามเหลี่ยมของชาวเวียดนาม) ชาวนาออกอุบายมัดเสือกับต้นไม้และจุดไฟเผา เจ้าเสือถูกไฟไหม้ วิ่งหนีกลับเข้าไปในป่า นับตั้งแต่นั้นมา เสือในประเทศเวียดนามจึงมีลาย (วาดลายเสือเติมลงไป) แต่มีบางตัวถูกไหม้จนตัวดำเป็นตอตะโก จึงเกิดเสือดำ (ระบายสีดำลงไป) นี่แหละเป็นประวัติของเสือโคร่งและเสือดำในเวียดนาม....ยังไม่จบ ควายของชาวนาเห็นเสือถูกไฟไหม้กระโดดขึ้นยืนสองเท้าหัวเราะชอบใจ จนสะดุดหน้าคว่ำ ฟันบนกระแทกจนหักหมด นับตั้งแต่นั้นมาควายในปัจจุบันจึงไม่มีฟันบน

ผมชอบอ่านนิทานนานาชาติ เพราะมักจะได้เห็นมุมคิดของคนในชาตินั้นๆ แทรกอยู่เสมอ อย่างเรื่องบาดัง จะเห็นนิสัยของคนสิงคโปร์ที่ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ฉลาดคิด รอบคอบ อยู่ในตัวของบาดัง หรืออย่างนิทานของเวียดนามก็มีวัฒนธรรมการทำนา การสูบยา (อันนี้ต้องบอกเด็กๆ ว่าไม่ดี) และได้พูดถึงเสือโคร่งและควายที่เป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศนี้ด้วย


โรงเรียนไหนสนใจที่จะจัดนิทรรศการอาเซียน ลองนำวิธีการเล่านิทานไปใช้ด้วยก็ได้นะครับ ผมเชื่อว่าเด็กๆ จะเห็นมุมมองที่แตกต่างและได้รับความรู้เรื่องประเทศเพื่อนบ้านแทรกไปกับนิทานอย่างไม่รู้ตัวเลย

น้าเมฆ

*ขอบคุณภาพประกอบกิจกรรมเล่านิทานอาเซียนจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


ที่มา : ข่าวไลฟ์สไตล์ -ไทยรัฐ



Related